ภาษาไทย
เข้าสู่ระบบ!! บทความ


สถิติของเวบไซต์
เปิดเวบเมื่อ 07/12/2559
ปรับปรุงเวบเมื่อ 05/08/2563
ผู้ชมทั้งหมด
สินค้าทั้งหมด 274


หมวดหมู่สินค้า/บริการ
ดัชนีราคา
รวมทุกหมวดหมู่ (274)
พัดลม
มอเตอร์
โบวเวอร์
โบลเวอร์ ยี่ห้อ ครูเกอร์
โบลเวอร์ ไฟเบอร์์กลาส และ พีพี โบลเวอร์
เกียร์
ท่อถังกลม
เครื่องไม้ BIGWOOD
Materkool
พัดลมยักษ์ MEGA FAN
ปั้มน้ำ ยี่ห้อ VENZ
ปั้มน้ำ ยี่ห้อ TOSAKI
ปั้มน้ำ ยี่ห้อ MITSUBISHI
เครื่องปั่นไฟเอนกประสงค์ ยี่ห้อ TOSAKI
เครื่องเชื่อม ยี่ห้อ TOSAKI
เครื่องพ่นยา ยี่ห้อ TOSAKI
ปั้มเครื่องยนต์เบนซิน ยี่ห้อ TOSAKI
ปั้มน้ำ ยี่ห้อ Kawamoto
เครื่องดักฝุ่นไซโคลน(อุตสาหกรรม)
เครื่องดักกำจัดฝุ่น อุตสาหกรรม
พัดลม ยี่ห้อ TOSAKI
พัดลม ยี่ห้อ TWISTER
พัดลม ยี่ห้อ FLOW
พัดลม ยี่ห้อ VENZ
พัดลมฟาร์ม EUROVENT



จดหมายข่าว
กรุณาใส่อีเมล์ของท่าน เพื่อรับข่าวสารที่น่าสนใจ




บทความ
เพิ่มอายุการใช้งานของมอเตอร์ ด้วยการวิเคราะห์อุณหภูมิ (THERMAL ANALYSIS) (อ่าน 19600/ตอบ 0)

เพิ่มอายุการใช้งานของมอเตอร์ ด้วยการวิเคราะห์อุณหภูมิ (THERMAL ANALYSIS)

การวิเคราะห์อุณหภูมิ (THERMAL ANALYSIS)

การใช้งานมอเตอร์ที่มีความร้อนสูงเป็นเวลานาน ทำให้อายุการใช้งานของมอเตอร์ลดลง ซึ่งขึ้นอยู่กับอุณหภูมิเพิ่ม(Temperature rise) ที่ยอมรับได้ของฉนวนขดลวดและอุณหภูมิของแบริ่ง เนื่องจากค่าอุณหภูมิเพิ่มทุก10องศา จะทำให้อายุการใช้งานของฉนวนลดลงครึ่งหนึ่ง และความร้อนสูงยังส่งผลกับความหนืด(Viscosity) ของสารหล่อลื่นในแบริ่ง อาจทำให้แบริ่งเสียหายจากการขาดสารหล่อลื่นได้เร็วขึ้น ดังนั้นการวัดอุณหภูมิเพื่อป้องกันการใช้งานมอเตอร์ขณะเกิดความร้อนสูงเป็นเวลานานเป็นสิ่งที่ควรกระทำ
ค่าเผื่อทางอุณหภูมิ เป็นค่าที่เผื่อไว้ระหว่างอุณหภูมิเฉลี่ยของขดลวดและอุณหภูมิ ณ จุดร้อนที่สุด (Hottest point) โดย อุณหภูมิเพิ่มสูงสุดที่ยอมรับได้ = อุณหภูมิสุงสุด อุณหภูมิห้องสูงสุด ค่าเผื่อ

อุณหภูมิเพิ่มทุก10องศา คิดจากอุณหภูมิห้องสูงสุด40องศา ทำให้อายุของฉนวนลดลงประมาณครึ่งหนึ่ง โดยอายุการใช้งานของฉนวนสัมพันธ์กับอุณหภูมิเพิ่มดังรูปที่

การวัดอุณหภูมิแบบเปรียบเทียบแนวโน้ม(Trending) เป็นวิธีที่สะดวก รวดเร็วในการประเมินสภาพความร้อนสูงเกิน (Over heat) ในมอเตอร์ สาเหตุหลักของความร้อนสูงเกิน เกิดจากการใช้งานเกินพิกัด แบริ่งยึดติดและการเยื้องศูนย์ (Misalignment) นอกจากนี้ความผิดปกติอื่นๆที่อาจก่อให้เกิดความร้อนสูงเกินได้คือการระบายความร้อนที่จำกัด อุณหภูมิบรรยากาศโดยรอบสูง อัตราการใช้งาน (Duty cycle) ที่มากเกินไป และแหล่งจ่ายไฟผิดปกติ เช่น แรงดันตก เกินหรือไม่สมดุล

การวัดอุณหภูมิควรทำในขณะมอเตอร์อยุ่ในภาวะคงตัว(Steady state) โดยตำแหน่งวัดอุณหภูมิต่างๆที่แนะนำ 4 มีอยู่ 7ตำแหน่งด้วยกันคือ 3 จุดบริเวณผิวด้านข้างของมอเตอร์ บริเวณแบริ่งทั้งสองด้าน บริเวณกล่องต่อสายและบริเวณประกับโหลด (Coupling)

ตำแหน่งต่างๆในการวัดอุณหภูมิของมอเตอร์

การวัดอุณหภูมิยังมีปัจจัยต่างๆที่มีผลกับการวิเคราะห์ เช่นโหลด อุณหภูมิห้อง ความร้อนจากรังสีจากดวงอาทิตย์ และตำแหน่งที่วัด อุณหภูมิเพิ่มเป็นผลของกำลังสูญเสียต่างๆเช่น แรงเสียดทาน (Bearing friction) แรงลมต้านการหมุน (Windage) ความสูญเสียในแกนเหล็ก (Core loss) การสูญเสียในขดลวด (Copper loss หรือ I²R loss) และ Stray load loss ซึ่ง Stray load loss และ Copper loss จะขึ้นอยู่กับโหลด โดยการสูญเสียในขดลวดถือว่ามีมากที่สุดและอยู่ในรูปของความร้อน ดังนั้นในการวิเคราะห์ปัญหาความร้อนแบริ่งและที่ผิวของมอเตอร์แบบแนวโน้มจึงจำเป็นต้องนำสภาวะโหลดมาพิจารณาด้วย

สิ่งที่ต้องตระหนักคืออุณหภูมิห้องยิ่งสูง ทำให้ผิวของมอเตอร์มีอุณหภูมิสูงขึ้นตาม นอกจากนี้ความร้อนจากรังสีดวงอาทิตย์ขณะใช้งานภายใต้แสงแดด สี ความหนาและคุณสมบัติของโลหะก็ส่งผลกับอุณหภูมิผิวที่วัดได้ เพื่อหลีกเลี่ยงหรือลดผลกระทบดังกล่าว การวัดอุณหภูมิผิว ควรวัดในตำแหน่งที่ไม่ได้รับแสง และอยู่ต่ำกว่าเส้นผ่านศูนย์กลางในแนวนอน4

อีกปัจจัยที่สำคัญ ที่มีผลต่ออุณหภูมิผิวคือตำแหน่งวัด โดยทั่วไปตำแหน่งที่มีอุณภูมิสูงสุดคือตำแหน่งที่มีมวลมากสุดและการระบายความร้อนทำได้น้อยสุด4 ดังนั้นในมอเตอร์แบบเปิด (Open enclosure) ตำแหน่งที่อุณหภูมิสูงที่สุดจะอยู่ที่กลางมอเตอร์ ในขณะที่มอเตอร์แบบปิด (Totally enclose) ตำแหน่งที่อุณหภูมิสูงที่สุดคือตำแหน่งใดก็ตามที่อยู่ระหว่างกึ่งกลางถึงตำแหน่งที่ได้รับลมระบายความร้อนจากพัดลมน้อยที่สุด อุณหภูมิมอเตอร์รอบแนวรัศมีจะแตกต่างกันออกไปตามลักษณะการระบายความร้อน รวมถึงระยะห่างของสเตเตอร์กับตัวเรือนมอเตอร์จะมีค่าไม่เท่ากันตลอดแนวรัศมีมอเตอร์ ยิ่งสเตเตอร์อยู่ห่างจากโครงมอเตอร์น้อยเท่าใด ค่าที่วัดได้ก็จะคงที่และถูกต้องมากขึ้น ในการวัดอุณหภูมิผิวแบบเปรียบเทียบแนวโน้ว ควรทำการวัดในตำแหน่งเดิมหรือใกล้เคียงกับตำแหน่งเดิมทุกครั้ง และควรเลือกวัดในตำแหน่งที่สเตเตอร์อยู่ใกล้กับโครงมอเตอร์มากที่สุด

ในการพิจารณาอุณหภูมิเพิ่มของมอเตอร์สำหรับการวิเคราะห์แบบเปรียบเทียบแนวโน้ม เพื่อชดชยผลของอุณหภูมิห้องและสภาวะโหลด ค่าอุณหภูมิเพิ่มหลังชดเชยผลของโหลด (Normalized temperature rise) จะเป็นดังนี้


Tpt คืออุณหภูมิที่วัดได้
Tamb คืออุณหภูมิบรรยากาศ
%load คือร้อยละของโหลดขณะทำการวัดเทียบกับโหลดสูงสุดของมอเตอร์

 

จากเนื้อหาบทความที่กล่าวถึงไปหวังว่าคงเป็นประโยชน์สำหรับทุกท่านได้ระดับหนึ่ง หากท่านผู้อ่านสนใจและ ต้องการซื้อสินค้าหรือขอคำปรึกษาเกี่ยวกับมอเตอร์  สามารถติดต่อสอบถามได้ที่

Email      : salea@namsaetrading2012.com
Tel         :  02-633-3032-7  , line : nst2012
Website : http://www.namsaetradingonline.tarad.com

 


สินค้า/บริการ แนะนํา...
พัดลม อุตสาหกรรม 20 ยี่ห้อ FLOW ขาตั้ง 1/4 hp 2สาย
ปกติ 3,500.00 บ.
พิเศษ 3,150.00 บ.
พัดลมอุตสาหกรรม 18 ยี่ห้อ FLOW ขาตั้ง 1/4 hp 2 สาย
ปกติ 3,200.00 บ.
พิเศษ 2,880.00 บ.
พัดลม อุตสาหกรรม 16 ยี่ห้อ FLOW ขาตั้ง 1/4hp 2 สาย
ปกติ 3,000.00 บ.
พิเศษ 2,700.00 บ.
พัดลมอุตสาหกรรม 24 ยี่ห้อ FLOW หน้า-หลัง 1/2 hp 2 สาย
ปกติ 3,200.00 บ.
พิเศษ 2,880.00 บ.
พัดลมอุตสาหกรรม 20 ยี่ห้อ FLOW หน้า-หลัง 1/4 hp 2 สาย
ปกติ 2,700.00 บ.
พิเศษ 2,430.00 บ.
พัดลมอุตสาหกรรม 18 ยี่ห้อ FLOW หน้า-หลัง 1/4 hp 2 สาย
ปกติ 2,500.00 บ.
พิเศษ 2,250.00 บ.
พัดลมอุตสาหกรรม 16 ยี่ห้อ FLOW หน้า-หลัง 1/4 hp 2 สาย
ปกติ 2,400.00 บ.
พิเศษ 2,160.00 บ.
 

บริการของร้านค้า
สินค้า


© 2001-2010. TARAD.com. All Rights Reserved.